สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 เเบบ


ประเทศไทยได้เสนอ “ชุดไทย” ขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของยูเนสโก พ.ศ.2569
วันนี้ (8 ก.ค. 68) การดำเนินงานของประเทศไทยภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ค.ศ. ๒๐๐๓ (The 2003 Convention for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage)
ประเทศไทยได้เสนอ “ชุดไทย” ขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก ซึ่งจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของยูเนสโกในปี พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี พ.ศ. 2567 และเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนอนุสัญญาของยูเนสโกว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

ทั้งนี้ กระบวนการพิจารณาของยูเนสโก มีการตรวจสอบเนื้อหาโดยละเอียด โดยคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิของยูเนสโก ที่ยึดหลักความโปร่งใส ความเคารพซึ่งกันและกัน และส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศ
การที่ประเทศไทยเสนอ “ชุดไทย” ขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก มีจุดดีหลายประการที่สามารถช่วยเสริมสร้างและขยายผลในด้านต่าง ๆ ได้แก่:
1. การอนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรมไทย
การขึ้นทะเบียนชุดไทยจะช่วยให้คนไทยทั้งในและต่างประเทศเห็นคุณค่าของชุดไทยมากขึ้น และเป็นการอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้รู้จักและสืบสานวัฒนธรรมไทย ซึ่งจะช่วยให้เอกลักษณ์ของไทยไม่สูญหายไปจากการเปลี่ยนแปลงของสังคมและยุคสมัย
2. เสริมสร้างความภาคภูมิใจในชาติ
การได้รับการยอมรับจากยูเนสโกช่วยสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยในทุก ๆ ภาคส่วน เพราะการได้รับการขึ้นทะเบียนในระดับนานาชาติเป็นการยืนยันว่า “ชุดไทย” มีความสำคัญในเชิงวัฒนธรรมและมีคุณค่าอย่างแท้จริง
3. กระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ
ชุดไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอาจส่งผลให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวอาจต้องการเข้ามาสัมผัสกับวัฒนธรรมไทยอย่างลึกซึ้งมากขึ้น โดยเฉพาะในแง่ของการสวมใส่ชุดไทยในการร่วมงานเทศกาลหรืองานพิธีต่าง ๆ
4. เปิดโอกาสให้กับการสร้างสรรค์และนวัตกรรมในแฟชั่น
การได้รับการยอมรับในระดับสากลจะทำให้ดีไซน์ชุดไทยสามารถพัฒนาไปสู่แนวทางที่ทันสมัยมากขึ้น รวมถึงการประยุกต์ใช้ในแฟชั่นสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการนำชุดไทยมาผสมผสานกับเสื้อผ้าแฟชั่นสากล หรือการออกแบบชุดไทยที่สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน
5. การสร้างการตระหนักรู้ทางการศึกษา
การขึ้นทะเบียนชุดไทยยังช่วยให้การศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยถูกนำเสนอในหลักสูตรการเรียนการสอนมากขึ้น ช่วยให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของชุดไทยและรู้จักการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
การขึ้นทะเบียนชุดไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโกจึงไม่เพียงแค่เป็นการยอมรับในระดับนานาชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างผลดีในหลายด้านทั้งการอนุรักษ์ การพัฒนาเศรษฐกิจ และการเสริมสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นไทย
ขอบคุณภาพจาก เพจ HRH
Princess Sirivannavari
Nariratana Rajakanya
